เรือนไทยภาคกลาง

บ้านเรือนไทยภาคกลาง นั้น เป็นหนึ่งในสี่รูปแบบของเรือนไทยทั้งสี่ภาคที่ได้รับความนิยมสร้างขึ้นเพื่ออยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยโบราณ
เรือนไทยภาคกลางนั้นจัดว่าเป็นเรือนไทยที่ได้รับความนิยมมากกว่าเรือนไทย ภาคอืน ๆ ลัษณะของเรือนไทยภาคกลางจะยกใต้ถุนสูง
โดยมี ระเบียง และนอกชานทอดรับในลักษณะไล่ระดับ ลดหลั่นกันไป พื้นระเบียงลดจากพื้นห้องนอน 40 เซนติเมตร
พื้นชานลดจากระเบียงอีก 40 เซนติเมตร และปิดด้วยไม้ระแนงตีเว้นช่องโปร่ง สามารถมองลงมายังใต้ถุนด้านล่างได้ การลดระดับ
พื้นเช่นนี้จะช่วยให้ลมพัดผ่านจากใต้ถุนขึ้นมาข้างบน ทำให้เรือนไทยเป็นเรือนที่ไม่ร้อนอบอ้าว เพราะมีอากาศเย็นไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา
อีกทั้งการมีตัวเรือนที่สูง ทำให้สามารถใช้พื้นที่ด้านล่างเก็บเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำกสิกรรม ป้องกันน้ำท่วม
และยังป้องกันสัตว์ร้าย หรือคนร้ายที่จะมาคุกคามคนในบ้านในยามค่ำคืน
หลังคาของเรือนไทยภาคกลาง มีความคล้ายคลึงกับเรือนไทยภาคอื่น ๆ ค่ะ คือมีหลังคาทรงจั่วสูง ชายคายื่นยาว
ลักษณะคล้ายหลังคาทรงมนิลา ใช้ไม้ทำโครงและใช้จาก แฝกหรือกระเบื้องดินเผาเป็นวัสดุมุงหลังคา
วัสดุเหล่านี้ต้องใช้วิธีมุงตามระดับองศาที่สูงชันมากเพื่อให้น้ำฝนไหลได้ เร็วและไม่เกิดอาการรั่ว
ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าชื่นชมของคนไทยเรา ก็คือการทำหลังคาทรงสูงนี้ มีผลช่วยบรรเทาความร้อนที่จะถ่ายเทลงมายังตัวบ้าน
ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความเย็นสบาย สำหรับเรือนครัว ทั่วไปตรงส่วนของหน้าจั่วทั้ง 2 ด้าน ทำช่องระบายอากาศ
โดยใช้ไม้ตีเว้นช่องหรือ ทำเป็นรูปรัศมีพระอาทิตย์ เพื่อถ่ายเทควันไฟออกจากเรือนครัวได้สะดวก
และทำชายคากันสาดให้ยื่นออกจากตัวเรือนมาก ๆ เพื่อกันแดดส่องและฝนสาด
และเนื่องมาจากดินฟ้าอากาศของบ้านเรา ค่อนข้างจะมีลักษณะร้อนอบอ้าวเกือบตลอดทั้งปี
จึงมีลักษณะนอกชานที่ค่อนข้างกว้าง โดยมีพื้นที่ใช้สอยถึงร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด ถ้ารวมพื้นที่ของระเบียงเข้าไปด้วย
จะมีปริมาณถึงร้อยละ 60 เลยทีเดียว โดยที่คนไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ใช้พื้นที่ส่วนนี้เป็นส่วนอาศัย พักผ่อน
และทำกิจกรรมต่าง ๆ ส่วนที่อาศัยหลับนอนมีฝา กั้นเป็นห้อง มีเนื้อที่เพียงร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น

- บันไดห้ามใช้จำนวนขั้นคู่ (ต้องเป็นขั้นคี่ นับเฉพาะขั้น ไม่นับพื้นหรือชานพัก)
- บันไดไม่ลงไปทางทิศตะวันตก
- ไม่หันหัวนอนในทิศตะวันตก
- ไม่ทำน้ำพุน้ำตกไหลเข้าตัวเรือน
- ไม่ปลูกต้นหางนกยูง ลั่นทม โศก ตรุษจีน ฯลฯ
- ไม่ทำทางเข้าลอดใต้ห้องน้ำหรือห้องส้อม
- ไม่ทำอาคารรูปตัว “ที” มีปีกเท่ากันส้องข้างเรียก “แร้งกระพือปีก” ถือเป็นอัปมงคล 8
- ไม่ทำเรือนทะลุหน้าตลอดหลัง ถือว่าเป็น “เรือนอกแตก” เป็นอัปมงคล
- ไม่ทำภูเขาจำลองไว้ในบ้าน
- ห้ามใช้ไม้ตะเคียน ไม้มะค่าในการปลูกเรือน
- ห้ามใช้เสาตกมัน
- ห้ามทำทางเข้าออกคู่ไว้ตอนมุมของพื้นดินที่ทางสามแพร่งหรือสี่แยก
- ห้ามนำภาพยักษ์ไว้ในบ้าน
- ห้ามนำหนังใหญ่หรือหนังตะลุงไว้ในบ้าน
- ห้ามใช้ช่อฟ้า ใบระกา เครื่องวัด เครื่องหลวง หรือมีแต่เครื่องประดับชั้นสูงในบ้าน 1
- ห้ามปลูกเรือนคร่อมตอ
- ห้ามตั้งศาลพระภูมิใต้เงาเรือน
- ไม่ปลูกต้นมะละกอใกล้ตัวบ้าน
- ห้ามทำบันไดเวียนซ้ายขาขึ้น
- ไม่ปลูกบ้านใต้ต้นไม้ใหญ่
- ห้ามมิให้มีสัตว์ตกตายในหลุมตอม่อ
- ห้ามใช้เสาไม้มีตาในระยะ “เป็ดไซ้ ไก่ตอด สลักรอด หมูสี”
- ห้ามวางรูปพื้นเรือนในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงรูโลงศพ
- ห้ามทำเตียงนอนขาสิงห์ เครื่องใช้ขาสิงห์
- ห้ามนำศพออประตูเรือน หรือลงบันไดบ้าน(ให้ออกทางด้านฝาหุ้มกลอง เพราะสะดวกในการเคลื่อนศพ ฝาหุ้ม กลองถอดออกและประกอบใหม่ได้ )
- ห้ามนำของวัดเข้าบ้านหรือมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
- ห้ามทำทางเข้าเวียนซ้ายของอาคาร

รูปทรงเรือนไทยภาคกลาง
เป็นเรือนยกพื้น ใต้ถุนสูง สูงจากพื้นดินเสมอศรีษะคนยืน รูปทรงล้มสอบ หลังคาทรงสูงชายคายื่นยาว
เพื่อกันฝนสาด แดดส่อง นิยมวางเรือนไปตามสภาพแวดล้อมทิศทางลมตามความเหมาะสม
เช่น อยู่ริมน้ำ ลำคลอง ตัวเรือนก็วางยาวไปตามลำน้ำด้วยหรืออยู่ริมถนนก็วางตัวเรือนไปตามถนนตำแหน่ง ของผังเรือนขึ้น
อยู่กับคติความเชื่อเป็นหลัก
เรือนไทยในภาคกลางถือเป็นแบบฉบับของเรือนไทยเดิมที่เราคุ้นเคยกันดี ในรูปแบบ เรือนฝาปะกนถือเป็นเรือนไทยแท้
เรือนไทยฝาปะกน คือเรือนที่ฝาทำจากไม้สัก มีไม้ลูกตั้งและลูกนอน และมีแผ่นไม้บางเข้าลิ้นประกบกันสนิท
หน้าจั่วก็ทำด้วยวิธีเดียวกัน เราจะพบเห็นเรือนไทยภาคกลาง รูปแบบต่าง ๆ อาทิ เรือนเดี่ยว เรือนหมู่ เรือนหมู่คหบดี
และจากการดำเนินชีวิตของคนไทยในอดีตผูกพันกับแม่น้ำลำคลอง อันเป็นทางคมนาคมที่สะดวกในเขตภาคกลางจึงเกิดรูปแบบ
เรือนพักอาศัยเช่นเรือน แพ เรือนไทยในภาคกลางอาจจำแนกออกเป็น

เรือนเดี่ยว
เป็นเรือนสำหรับครอบครัวเดี่ยว สามีภรรยาและลูกที่ยังไม่ออกเรือน สร้างขึ้นโดยมีประโยชน์ใช้สอยที่เพียงพอกับครอบครัวเล็ก ๆ
อาจเป็นเรือนเครื่องผูกเรือนเครื่องสับ หรือผสมผสานกันก็เป็นได้แล้วแต่ฐานะทางเศรษฐกิจ จะเอื้ออำนวย ประกอบด้วย
เรือนนอน 1 หลัง เรือนครัว 1 หลัง ระเบียงยาว ตลอดเป็นตัวเชื่อมระหว่างห้องนอนกับชาน

เรือนหมู่ คือ เรือนหลายหลังซึ่งปลูกอยู่ในที่เดียวกันเมื่อลูกเต้าออกเหย้าออกเรือนไปแล้ว เรือนเหล่านี้หลังหนึ่งเป็นเรือนเดิม
ซึ่งพ่อแม่อยู่ส่วนที่เหลือเป็นเรือน หลังย่อมกว่า เป็นที่อยู่ของบุตรสาวซึ่งออกเรือนไป
แล้วจำนวนหลัง แล้วแต่จำนวนบุตรสาว เนื่องจากสมัยก่อนลูกชายแต่งงานส่วนใหญ่
จะไปอยู่บ้านผู้หญิง ส่วนลูกผู้หญิงจะนำเขยเข้าบ้าน

เรือนหมู่คหบดีโบราณ เป็นเรือนสำหรับผู้มีอันจะกินดังคำกล่าวว่า " ถ้าบ้านใด มีแม่เรือน 2 หลัง หอนั่ง
ครัวไฟ หัวกระไดต้นโมกเป็นบ้านเรือนชั้นผู้ดีมีอันจะกิน " ลักษณะการจัดเรือนหมู่คหบดีของ
โบราณเป็นเรือนขนาดใหญ่มีเรือนคู่และเรือนหลังเล็กหลังน้อยรวมเข้าด้วยกัน แต่ละหลังใช้ประโยชน์ต่างหน้าที่กันออกไป
ประกอบด้วย เรือนนอน เรือนลูก เรือนขวาง เรือนครัว หอนก และชาน

สายน้ำกับชีวิตแบบไทย ๆอยู่คู่กันมาโดยตลอด ส่วนใหญ่คนไทยจะอาศัยอยู่ริมน้ำเพราะเป็นเส้นทางการ
คมนาคมที่สะดวกและเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชิวิตประจำวัน และงานเกษตรกรรมในบางพื้นที่ที่
บริเวณชายน้ำเป็นที่ลุ่ม มีน้ำท่วมถึงเป็นเวลานานในช่วงหน้าน้ำ การสร้างบ้านบริเวณชายฝั่งต้องยกพื้นชั้นบนสูงมาก
จึงจะพ้นน้ำซึ่งไม่สะดวกในหน้าแล้งทำให้เกิดการสร้างเรือนในลักษณะ " เรือนแพ "
ที่สามารถปรับระดับของตนเองขึ้นลงได้ตามระดับน้ำในแม่น้ำลำคลอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น